สมเด็จพระแก้วมณีโชติ…..(๒)

Posted on November 19, 2011. Filed under: พระเครื่องดี | Tags: , |

พระพุทธรัตนมณีโชติ

พระพุทธรัตนมณีโชติ

กระทู้นี้จะกล่าวถึงประวัติของพระพุทธรัตนมณีโชติ พระประธานอุโบสถวัดสระแก้วปทุมทอง จังหวัดพิษณุโลกเพื่อให้ศรัทธาของผู้อาราธนาพระเครื่องพิมพ์นี้ได้มั่นใจในพระเครื่องและพระอาจารย์ที่ได้สร้างพระ

คำนิยมพระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ

ท่านสาธุชนทั้งหลาย ที่มีจิตศรัทธาอยากจะมีไว้ซึ่งวัตถุมงคลอันเป็นที่เคารพสักการะสักองค์หนึ่ง ก็มักจะแสวงหาวัตถุมงคลจากวัดต่างๆ มากมายทั่วไปทุกวัด ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง หรือเครื่องรางของขลัง บางท่านมีพระเครื่องไว้มากมายจนไม่สามารถคล้องคอได้ ก็เพราะคิดว่าวัดนั้นก็ดี วัดนี้ก็เด่นไปเสียหมดทุกวัด จึงคล้องกันเต็มคอถึงขนาดไม่รู้ตัวเองว่า พระเครื่องจะปกป้องคุ้มครองตัวท่านเองหรือตัวท่านเองจะมานั่งกังวนปกป้อง คุ้มครองพระเครื่องจะหายหรือถูกขโมย

ตำราพระแก้วมณีโชติ กล่าวว่า แก้วมณีโชติ เป็นแก้วสารพัดนึก หากผู้ครอบครองมีจิตใจซื่อตรงถึงพระรัตนตรัย ผู้ครอบครองจะประสงค์สิ่งใดก็ย่อมได้ดังประสงค์นั้น หากศรัทธาแน่วแน่แม้ประสบเคราะห์กรรมเก่าร้ายแรงเพียงใดก็จะผ่านพ้น ผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือแคล้วคลาดได้

พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ ถูกสร้างขึ้นก็ด้วยเจตนาที่ประสงค์ให้ท่านสาธุชนมีวัตถุมงคลไว้ยึดเหนียวจิต ใจ แต่ก็ต้องสร้างให้มีพระพุทธคุณหมดทุกด้านจะได้ไม่ต้องคล้องกันมากมายหลาย องค์ ให้มารวมไว้ในพระองค์เดียวกัน ท่านพระครูศีลสารสัมบัน อดีตเจ้าอาวาสวัดสระแก้วปทุมทอง จึงจาริกเสาะแสวงหามวลสารพระพุทธคุณเด่นๆจากทั่วทั้งประเทศมารวมไว้ในพระ เครื่องเพียงองค์เดียว หากผู้มีใจศรัทธาแน่วแน่ในบวรพุทธศาสนาแล้วพระเครื่องเพียงองค์เดียวก็ย่อม คุ้มครอง ป้องกันท่านได้

ดังนั้น ในการสร้าง ถ้าหากสร้างพระเนื้อดินหรือเนื้อผง ก็จะไม่ได้พุทธคุณจากพระโลหะ เช่น พระกริ่ง แต่หากสร้างพระโลหะก็จะไม่ได้พุทธคุณจากพระเนื้อดินหรือเนื้อผง ฉะนั้น ท่านพระครูศีลสารสัมบัน จึงสร้างพระเนื้อดิน ผสมผง และผสมผงตะไบพระกริ่ง จะได้พุทธคุณทั้ง 2 ชนิดในองค์เดียวกันเรียกว่า สูตรมหาจักรพรรดิ์ หากคนไม่รู้ก็จะมักกล่าวว่า ก็เพียงพระดิน แต่อันที่จริงมนุษย์เราทั้งหลายก็เกิดมาจากดินและก็กลับไปสู่ดินมิใช่หรือ ท่านสาธุชน จึงเป็นการนำเอาพระเครื่องมาย้ำเตือนจิตใจเป็น ธรรมานุสสติ ไม่ให้ตั้งอยู่ด้วยความประมาทได้อีกทางหนึ่ง

ตำนานพระแก้วมณีโชติ (ฉบับคัดย่อ)

พระพุทธศาสนาผ่านไป 2500 ปี จะเกิดกลียุคมนุษย์รบราฆ่าฟันกันเอง โลกมนุษย์จะพบภัยพิบัติจากโรคระบาดที่ร้ายแรงมาคร่าชีวิตผู้คนและสัตว์ให้ ล้มตายจำนวนมาก จะบังเกิดภัยทางธรรมชาติ วิปริตทั่วทั้งโลกธาตุ แต่คนที่แขวนพระแก้วมณีโชติติดตัวจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง มีเรื่องเล่ากันว่า

เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พระพุทธองค์ทรงจาริกประเทศเทศนาธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ ทรงเสด็จจาริกมายังถิ่นต่างๆ ทรงพยากรณ์ที่ต่างๆ และประทานพระเกศาธาตุและพระพุทธบาทอันทรงสมควร และทรงเล็งด้วยพระพุทธญาณว่าต่อไปที่แห่งนี้จะเป็นที่อุดมในธรรม ทรงพยากรณ์ความว่า

…ศาสนาตถาคตผ่านไป 2,000 ปี พระแก้วมณีโชติจะถูกทำขึ้นมาให้มนุษย์สักการบูชากราบไหว้ เป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวของคนดีมีศีลธรรม ที่เคารพนับถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ มนุษย์ที่ได้ครอบครองพระแก้วมณีโชติจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง มีความสุขสมบูรณ์ เจริญด้วยโภคทรัพย์ เทวดาปกปักษ์คุ้มครองรักษา เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปจนครบ 5,000 ปี ตามพุทธพยากรณ์…

ประวัติพระพุทธรัตนมณีโชติ (แก้วมณีโชติ) พระประธานอุโบสถ

สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2486.
องค์พระปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูนหน้าตัก 3 ศอก (59 นิ้ว) สูงจากฐาน 7 ศอก 1 นิ้ว (119 นิ้ว)ประดิษฐานในพระอุโบสถทรงโรง วัดสระแก้วปทุมทอง จังหวัดพิษณุโลก
มีผู้เล่ากันว่า

…หลวงพ่อโส โสภโณ ธุดงค์มาจากจังหวัดเลยและแวะปักกรด ณ บริเวณตำบลสระแก้วนั้น ได้บังเกิดศุภนิมิตในราตรีหนึ่งว่า “บริเวณนี้เป็นวัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี” จึงได้เดินสำรวจ พบเนินดินซึ่งปรากฏฐานอุโบสถเดิม และสมเด็จพระแก้วมณีโชติ พระประธานอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเดิมสร้างด้วยศิลาองค์เล็กๆ อยู่ ณ จุดที่เป็นพระอุโบสถปัจจุบัน จึงแจ้งเรื่องราวดังกล่าวแก่เจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงถวายที่ดินให้สร้างเป็น วัดสระแก้วปทุมทอง และได้สร้างพระประธานองค์ใหม่ครอบองค์เดิม เมื่อประมาณ พ.ศ. 2486…

ประดิษฐานในอุโบสถทรงโรง (แต่เดิมไม่มีซุ้มเรือนแก้ว และยักษ์ผู้อารักขาพระประธานอุโบสถ (อาฬวกยักษ์ และท้าวเวสสุวรรณ) เช่นเดียวกับพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร(วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก มีเพียงองค์สมเด็จพระแก้วมณีโชติเท่านั้น) ภายหลังในสมัยท่านพระครูศีลสารสัมบัน เป็นเจ้าอาวาส ได้ต่อเติมเพิ่มซุ้มเรือนแก้วจำลองอย่างพระพุทธชินราชในปี พ.ศ. 2508 พระนามองค์พระไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้ออกนามตั้งชื่อพระ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นท่านพระอธิการโส โสภโณ อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดสระแก้วปทุมทองเป็นผู้ตั้งพระนาม และไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้ปั้นองค์พระอีกเช่นกัน แต่องค์พระมีจุดเด่นตรงที่มีมณีรัตนชาติประดับตรงเปลวพระรัศมี หรือพระเกศ อันได้มาแต่เมืองเหนือ (องค์เก่าก่อนถูกลักไป)

เคยมีผู้เล่ากันว่า ในคืนวันเพ็ญ จะมีแสงสว่างออกมาจากพระเกศเป็นที่อัศจรรย์ บางครั้งพระผู้ดูแลอุโบสถนึกว่าลืมปิดไฟ แต่พอเข้าไปกลับปรากฏว่าได้ยกสะพานไฟลงแล้ว ไม่น่าที่ไฟจะติดขึ้นเอง ช่วงหลังจึงติดตามปรากฏทราบว่า เป็นแสงจากมณีรัตนชาติในพระเกศสมเด็จพระแก้วมณีโชติ

สมเด็จพระแก้วมณีโชติ…..(๑)
สมเด็จพระแก้วมณีโชติ…..(๓)
สมเด็จพระแก้วมณีโชติ…..(๔)
สมเด็จพระแก้วมณีโชติ…..(๕)

 

Make a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

    About

    บล็อกรวบรวมประวัติพระเครื่องดี…พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์

    RSS

    Subscribe Via RSS

    • Subscribe with Bloglines
    • Add your feed to Newsburst from CNET News.com
    • Subscribe in Google Reader
    • Add to My Yahoo!
    • Subscribe in NewsGator Online
    • The latest comments to all posts in RSS

    Meta

Liked it here?
Why not try sites on the blogroll...

%d bloggers like this: