***ช่วงนี้เห็นอะไรบ้างไหมครับกับราคาวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ***

Posted on September 28, 2009. Filed under: ประสบการณ์ | Tags: , , , , |

โบว์ชัวร์จตุคามรามเทพ

โบว์ชัวร์จตุคามรามเทพ

เขียนบทความนี้ไว้เมื่อช่วงม.ค. 2550 ตอนนั้นราคาเช่าหาจตุคามรามเทพสูงลิ่วลอยลมบน ออกมากี่รุ่นก็มีคนคอยเช่า ราคาพุ่งขึ้นรายวันเหมือนราคาหุ้นเลย

ช่วงนี้นับได้ว่าเป็นจังหวะทองของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ ไม่ว่ารุ่นไหนออกมาก็มีชาวบ้านแห่ไปเช่ากัน ถึงแม้จะมีวัตถุมงคลออกทุกสัปดาห์ หลากหลายแบบ หลากหลายการจัดพิธี รวมทั้งหนังสือที่ต่างออกมาตามกระแส  นี่ยังไม่นับการประชาสัมพันธ์ตามเคเบิลทีวี หรือสื่อหนังสือพิมพ์  กับการวางโบว์ชัวร์ตามไปรษณีย์หรือธนาคารหรือแม้แต่เซเว่นอีเลเว่น …..เมื่อวานไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ก็อดที่จะหยิบโบว์ชัวร์ขายหนังสือประเภท เจาะลึกความลับสายจตุคามรามเทพไม่ได้ อยากดูจริงๆว่าคนเขียนที่บอกว่ารู้จักมาตั้งแต่องค์ละสามสิบกว่าบาท แถมแจกกันเป็นว่าเล่น
….อาทิตย์ก่อนผมไปเที่ยวงานราชพฤกษ์ที่เชียงใหม่ เดินเที่ยวไปก็เห็นคนห้อยวัตถุมงคลองค์กลมๆใหญ่ๆโชว์นอกเสื้อ จนแฟนผมยังพูดเลยว่า “นี่เธอ องค์พ่อไม่ใช่เหรอที่คนนั้นห้อย”….ไม่ว่าจะหันไปทางไหนคนก็หาองค์พ่อกัน วันก่อนแฟนผมเล่าให้ฟังว่า”นี่เธอ วันก่อนเปิดดูในแคตตาลอกขายตรง ยังมีประกาศให้จองพระองค์พ่อเลย..”…ผมจำชื่อไม่ได้ว่าเป็นมิสทีน หรือ กิฟฟารีน หรือฟรายเดย์ หรือขายตรงยี่ห้ออื่น…ผมไม่แน่ใจว่าในเล่มนั้นนอกจากเครื่องสำอางจะมี ของอย่างอื่นประเภทชั้นในด้วยหรือเปล่า
….ที่ผมเห็นคือ การใช้รูปแบบการประชาสัมพันธ์โฆษณาเพื่อแย่งชิงมวลชนระดับชาวบ้าน เพื่อขยายฐานลูกค้า และเป็นการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะคนที่เขียนหนังสือ คนที่ให้สัมภาษณ์บ่อยๆ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์  ผมเชื่อว่า ณ วันนี้ การรับรู้แบรนด์นั้นระดับประชาชน ก็พอจะรู้ว่าเวลาพูดถึงจตุคามรามเทพแล้วจะมีใครที่นึกถึงตามมา ไม่ว่าวัดไหนที่นิยม คนสร้างคนไหนที่ได้เครดิต…..รูปที่นำมาลงนั้นไม่ได้พาดพิงถึงใครทั้งสิ้น และผมมองในด้านของการตลาดและโฆษณาเท่านั้น

..ผมไม่ขอพูดถึงองค์พ่อ เพราะตัวผมเองรับรู้และประสบเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อมาบ้าง  ดังนั้นผมศรัทธาองค์พ่ออยู่แล้ว แต่ก็อดมองกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่ต่างไปจากเมื่อ๔-๕ปี ก่อนที่มีผู้คนนับถือองค์พ่อในวงจำกัด…กระแสที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเป็น จากบารมีขององค์พ่อที่ท่านเมตตาช่วยผู้เดือดร้อนอย่างเท่าเทียมกัน เป็นที่พึ่งให้แก่ลูกๆที่ต้องการที่พึ่ง
….ผมนับถือครับว่า หลายๆคนเอาคอนเซ็ปการตลาดการโฆษณามาช่วยดันกระแสให้พุ่งและคงกระแสให้รักษา ระดับได้….ในการตลาดนั้น productต้องมีจุดเด่นหรือมีคุณค่าก่อนถึงจะทำให้การตลาดประชาสัมพันธ์ไปได้ แต่บางครั้งหลายๆตัวอย่างในการตลาดมีproductระดับธรรมดามากๆที่สามารถดันให้ เกิดกระแสด้วยการโฆษณาและการทำตลาดได้

…สื่อในการประชาสัมพันธ์นั้นมีอยู่สองแบบใหญ่ๆถ้าแบ่งตามลักษณะการติดต่อ สื่อสาร คือสื่อทางเดียว กับสื่อสองทาง….ยุทธศาสตร์สำคัญในการยึดครองตลาดนั้น ก็ตรงตามที่พิชับยุทธ์ซุนวูกล่าวไว้ว่า ใครที่เข้ายึดครองและเลือกพื้นที่สำคัญได้ก่อน ย่อมได้เปรียบ เลือกตำแหน่งที่ดีไว้ก่อน ได้พักกองกำลังไว้ให้พร้อมก่อนทำศึก และสามารถตั้งคูคลองตั้งเครื่องกีดขวางกองกำลังศัตรูได้ก่อน….ตลาดในตอน นี้กว้างขึ้น เพราะตั้งเป้าไปยังระดับประชาชนทั่วไป การยึดครองจิตใจลูกค้าก็ต้องเข้าสร้างแบรนด์ให้อยู่ในจิตใจลูกค้าให้ได้ …การประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ว่าออกหนังสือ การออกสัมภาษณ์ตามสื่อทีวีต่างๆ ก็เพื่อสร้างแบรนด์ให้ผู้เขียนเอง…เพื่อกล่าวถึงวัตถุมงคลองค์พ่อจตุคาม รามเทพ ต้องคิดถึงคนนี้ก่อน วัดๆนี้ก่อน แถมการให้ข้อมูลนั้นก็สามารถปล่อยข่าวหลวงข่าวลือปนไปกับข้อมูลจริง โดยข้อมูลลวงนั้นหวังผลเพื่อแย่งชิงลูกค้าที่ยังลังเลใจว่าจะเชื่ออะไร กับกลุ่มที่ปักใจมีใจให้ฝ่ายตรงข้ามให้ไขว้เขวกลับมาเป็นพวกเรา นี่ก็เข้าหลักจรยุทธ์ของซุนวูที่เกี่ยวกับการปล่อยข่าวหลวง….การสร้างแบ รนด์นั้นต้องอาศัยความขยัน ขยันออกหนังสือ ขยันออกหน้าจอ ขยันให้สัมภาษณ์ เพื่อให้สังคมยังได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง….สรุป…สื่อถูกนำมาใช้ในการ สร้างแบรนด์และดึงใจลูกค้ากลับมาอยู่ฝ่ายเรา….ดังนั้นสื่อเป็นเพียงหมัด ที่ดึงคนให้เข้ามาหา เหมือนดึงลูกค้าให้เข้ามาร้าน กระบวนการต่อไปค่อยตามมาหลังจากเดินเข้าร้าน…ขาย…ขาย…ขาย…แล้วก็ เก็บกำไรเข้ากระเป๋า

..การสร้างแบรนด์นั้นก็เป็นการสร้างกลุ่มลูกค้าที่มีความภักดี ภาษาการตลาดเรียกว่า”Brand Loyality”…หลังจากแปรนด์ติดตลาดแล้ว ก็เป็นการเลี้ยงแบรนด์ให้อยู่ต่อไปและเติบโตได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยขบวนการอื่นๆอีก ไม่ว่าการLaunch Productใหม่ๆที่สามารถสร้างความต้องการของลูกค้าหรือproductที่ตอบโจทย์ความ ต้องการของลูกค้าได้….ในแง่นี้ทุกท่านลองสังเกตสิครับว่า องค์พ่อในรุ่นหลังๆมีอะไรที่เพิ่มไปจากรุ่นก่อนๆ….ศิลป์ที่ดูแล้วโดนใจ ลูกค้ามากขึ้น รุ่นที่ดังๆมักจะมีรูปลักษณ์ที่สวยมากขึ้นเรื่อยๆ…สรุปคือ ช่างศิลป์ในการคิดหารูปแบบใหม่ๆจะมีออกมาเรื่อยๆ และสวยมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นธรรมดาครับคนเราตัดสินใจบนสิ่งที่เห็นเสมอครับ ขอให้สวยถูกใจ ลำบากแค่ไหนก็ดิ้นรนหามาให้ได้….สิ่งที่ควรคำนึงกันก็คือ มีการนำศิลป์หลายอย่างที่อาจไม่ได้เกี่ยวกับองค์พ่อจตุคามรามเทพมาผสมจนหมด ความเป็นองค์พ่อจตุคามรามเทพไปเลย ในอนาคต ความสับสนในรูปแบบศิลป์จะนำมาซึ่งการถกเถียงกันไม่จบว่า ดั้งเดิมศิลป์ขององค์พ่อจตุคามรามเทพเป็นอย่างไร…รูปลักษณ์องค์พ่อจริงๆ เป็นอย่างไร…จนท้ายที่สุด อาจไม่มีใครสนใจหรือจำได้ว่าท่านพ่อมีลักษณะเช่นไร…
…ผลประโยชน์เงินทองบิดเบือนความจริงให้กลายเป็นเพียงจินตนาการของช่างผู้สร้างและนายทุนเท่านั้น

…ดังนั้นรูปแบบขององค์พ่อกลับต้องบิดเบือนไปเพื่อให้ลูกค้าถูกใจเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความจริง
…อันดับสองคือมวลสาร ในอนาคตคงการเสาะหามวลสารแปลกๆแบบที่เราอาจคาดไม่ถึงมาผสมเป็นมวลสาร  คือมวลสารก็อาจเป็นมวลสารตามแฟชั่นนิยมที่ลูกค้าเสาะหา เช่นต่อไปอาจมีการฝังหินDZIบ้างก็ไม่แน่ หรือมวลสารชื่อแปลกๆที่อุปโลกสร้างมาตามคนสร้างคิด….เพื่อให้เกิดความแตก ต่าง และมีคุณค่าในสายตาลูกค้าให้มากขึ้น
….อันดับสาม คือพิธี ตรงนี้การบิดเบือนก็พบได้แต่หลักๆยังยึดถือตามแบบปกติ ที่ต้องมีการทำพิธีทางเทพและพิธีทางพระสงฆ์ แต่รายละเอียดขั้นตอนอาจมีการใส่เพิ่มขึ้นมา เพื่อเป็นจุดขายจุดตีคนอื่นให้ด้อยไปในสายตาของลูกค้า….พิธีต่างๆจะมีออ ฟชั่นเพิ่มมากขึ้นเพื่อสร้างเครดิตให้คนสร้างและเพิ่มคุณค่าให้แก่วัตถุมงคล

..ลูกค้าจะกลายเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง….ลูกค้าเป็นจุดสำคัญของนักสร้างพระ เครื่อง….ลูกค้ากลุ่มที่ภักดีนี่แหละที่จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพระ ผมเชื่อว่าในกลุ่มนักสร้างพระเครื่องมีบุคคลที่มีความสามารถสร้างและกำหนด ความต้องการลูกค้าให้เป็นไปตามที่กลุ่มต้องการได้ในระดับหนึ่ง โดยผ่านเครือข่ายที่สมประโยชน์กันและผ่านการร่วมหุ้นการลงทุนสร้าง
…สงครามการแย่งชิงมวลชนก็เป็นยุทธศาสตร์ที่กำหนดความอยู่รอดของผู้ สร้างพระเครื่อง และการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ก็ยังต้องอาศัยแบรนด์อยู่ดี
…ดังนั้นสื่อประชาสัมพันธ์จึงถูกดึงมาเป็นกลไกหนึ่งในสงครามแย่งมวลชน
…คงไม่ต้องแปลกใจว่า หลังๆทำไมมีการแห่ประโคมทั้งหนังสือ ทั้งสื่อต่างๆไม่ว่าหนังสือพิมพ์หรือทีวีต่างๆ ก็เพื่อยึดพื้นที่ตรงนี้นั่นเอง ให้มวลชนได้รับรู้ว่าใครเป็นใครในวงการนี้

..หน้าที่ของเราอันเป็นมวลชนนั้น เราอยู่ท่ามกลางกระแสการแย่งชิงมวลชน ต่างฝ่ายก็ต่างปล่อยข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและปล่อยข่าวลือเพื่อทำลาย ฝ่ายตรงข้าม
…เราต้องกรอง ร่อนและกลั่นสิ่งที่เราจะพึงเชื่อด้วยสติปัญญาเอง
…อย่าปล่อยให้สื่อที่ดูดีใส่สูทเดินมาหลอกหลวงเราถึงในบ้านเราเอง
…หลายคนคงเคยฟังเรื่องจริงที่เกิดในประเทศอเมริกาที่ว่าคนตื่นตระหนก ว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังจะบุกโลก ทั้งๆที่ความจริงเป็นเพียงบทละครวิทยุที่กำลังออกอากาศเท่านั้น..นี่ก็คงบอก ถึงอิทธิพลของสื่อได้ดีในระดับหนึ่ง
…ไม่ว่าคุณจะเชื่อใครหรือไม่เชื่อใคร คุณก็ถูกทั้งนั้นแหละครับ

ท้ายสุด ผมสังเกตเห็นวิธีการอันหนึ่งที่ใช้กันในการขายพระให้ได้ราคาดี นอกเหนือจากการสร้างชุดนำฤกษ์ การสร้างชุดกรรมการ และการเลือกหมายเลขสวยๆ คือ ชุดแจกฟรีในพิธีครับ…..ขายกันแบบราคาโขลกมากๆ อ้างว่าบริสุทธิ์เพราะทำเพื่อแจก….ในเวปขายกันแบบไม่ง้อ หายาก ราคาขูดเนื้อเลยครับ…ทุกท่านก็คงไม่คิดอะไร แต่ผมเห็นแล้วคิดนะครับ…ชุดที่แจกฟรี ไม่มีการรันหมายเลข บางทีก็ไม่ได้ระบุจำนวนการสร้าง…..เห็นหรือยังครับว่า มันมีช่องให้คว้ากำไร….เห็นปล่อยชุดแจกในพิธีแบบออกมาเรื่อยๆ…แล้วออกมา จากไหนได้ล่ะครับ คงอ้างว่าไปทำบุญชุดใหญ่มาแล้วเขาแถมมาให้ หรือผมเป็นศูนย์ใหญ่ทำยอดได้เยอะ คนสร้างก็แถมมาให้แจกลูกค้า..แต่ไม่แจกครับ เอาขายหาตังค์ดีกว่า……………..ระวังไว้เถอะครับ ชุดแจกฟรีในพิธี  ไม่รู้ว่าปั๊มเพิ่มหลังพิธีหรือเปล่า เช็คอะไรก็ไม่ได้…..เอากันยังงี้แหละครับ

สำหรับราคาในการเช่าหานั้นมีหลายปัจจัยในการกำหนด  ปัจจั่ยจะเป็นจากว่าพระชุดนั้นสร้างโดยใครมากกว่า และมีการโปรโมทมากหรือน้อย มีศูนย์พระเครื่องเข้าร่วมในการเก็งกำไรหรือเปล่า….พระบางรุ่นดูสวย พิธีก็งั้นๆ แต่พอมีคนเข้ามาร่วมเล่นเกมดึงราคา ราคาก็พุ่งทะยานไปไกล ทั้งๆที่ประสบการณ์แทบจะยังไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่  มีพระอยู่รุ่นหนึ่งที่วัตถุประสงค์ดี มวลสารดีมาก พิธีก็ดีขนาดมีพระอาทิตย์ทรงกลดสองชั้น แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่ายอดจองเห็นแล้วผู้สร้างแทบจะถอดใจเลิกสร้างไปเลย เพียงแค่เพราะไม่มีการประชาสัมพันธ์ ไม่ให้ศูนย์มายุ่ง ผู้สร้างไม่ได้มีใครรู้จักว่าสร้างในสายนี้…ราคายังคงขึ้นอยู่กับความพอใจ ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
…เช้านี้ก็เพิ่งแว่วข่าวมาว่าสรรพากรจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเข้ามา ตรวจสอบ การจ่ายภาษีเล็งรีดเซียนพระนักสร้าง “จตุคามรามเทพ” หลังเห็นเม็ดเงินสะพัดนับพันล้าน แต่ถูกนายทุนเมินจ่าย ด้วยการอาศัยชื่อวัดบังหน้าว่าทำการกุศล
ถ้าประเด็นนี้ถูกยกมาให้ดำเนินการจนถึงที่สุด คาดว่าอีกหลายพื้นที่ก็คงดำเนินการตาม แต่จะขยายผลไปถึงการสร้างพระเครื่องทุกรูปแบบ….งานนี้เห็นว่าสรรพากรเอา จริงสอบจริงๆ….ที่ผ่านๆมาเอาชื่อวัดชื่อมูลนิธิบังหน้ามาตลอด ไม่รู้ว่างานนี้จะออกหัวหรือก้อย….อย่าเล่าถึงเรื่องนี้ต่อเลยครับ มันล่อแหลมจริงๆครับ

…ในอนาคต ผมก็ไม่รู้ว่านักการตลาดประชาสัมพันธ์จะออกวิธีการอะไรที่เรานึกไม่ถึงเพื่อ การโปรโมทกันบ้าง….  ผมยังคิดไปถึงการจ้างคนให้ห้อยพระเพื่อโปร โมทเลย บางทีในอนาคต ผู้สร้างอาจจ้างพนักงานไปรษณีย์หรือพนักงานห้อยพระในเวลาทำงาน พอเลิกกะก็ส่งให้พนักงานเซเว่นกะต่อไปมาห้อยต่อ เพื่อโชว์ให้ลูกค้าชม….เราอย่าโยงประเด็นไปหาการเมืองเลยครับ ผมกลัวครับเดี๋ยวมีปัญหา
…สรุปคือ ราคาวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ มีการเช่าหาแพงโดยที่กำลังการเช่าหาไม่ได้ลดลงตามจำนวนรุ่นที่ออก กลับมีแต่เพิ่มไปเรื่อยๆ….ปัจจัยอันหนึ่งคือการใช้สื่อประชาสัมพันธ์อย่าง มีประสิทธิภาพและการวางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาดที่แยบยล แฝงมากับสื่อหลายๆอย่าง …ไม่น่าเชื่อว่าเราต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อหนังสือซื้อข้อมูลมาอ่านโดยเรา ได้ข้อมูลแฝงด้านการตลาดทั้งการสร้างเครดิตให้ผู้เขียนและข้อความโจมตีฝ่าย ตรงข้าม ผู้เขียนมีแต่ได้กับได้ ได้ชื่อเสียงจากการเขียน ได้เครดิตจากความน่าเชื่อถือจากลูกค้า ได้ออกหมัดแย๊ปหรือหมัดถล่มฝ่ายตรงข้าม โดยตัวเองแทบไม่ได้ลงทุนอะไรเลย เพราะค่าพิมพ์ค่าเพลทถูกปัดไปให้ผู้บริโภค…แถมเมื่อลูกค้าเชื่อใจ การเช่าหาก็ย่อมเอนเอียงมายังผู้เขียน…..
….ผมเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า บทความข้อความการเขียนที่ออกมาจากปากกาของผู้สร้างพระหรือคนขายพระ ควรพิจารณาให้ถ้วนถี่และรอบคอบ ใช้ปัญญาวิเคราะห์หาข้อสงสัย พึงตั้งข้อสงสัยในหัวข้อทุกอย่างไว้ก่อน อย่าอ่านไปผงกหัวไปตามเนื้อความ….นักเขียนส่วนใหญ่มีวิธีการเขียนการพูด เชิงกล่อมให้เราเชื่อได้แม้แต่เชื่อว่าไก่จะมีสี่ขา….อย่าเคลิบเคลิ้มกับ สิ่งที่อ่าน ลองทบทวนการกระทำที่ผ่านๆมาของนักเขียนแต่ละคนว่าเป็นยังไง ใครรับเงินใครมาโปรโมทคอลัมภ์ในหนังสือพิมพ์ ใครเอาเงินจ้างนิตยสารเล่มไหนให้เขียนเชียร์ตัวเองและพรรคพวก นักเขียนคนไหนที่เคยตั้งข้อแม้หรือข้อเสนอให้วัดว่าถ้าต้องการให้ช่วยโปรโม ทพระก็ควรแบ่งพระเครื่องรุ่นนั้นให้เขาเท่านั้นเท่านี้
…ท้ายสุด การโฆษณาต้องใช้ทุนทรัพย์ ไม่ว่าจะโบว์ชัวร์ การลงหนังสือพิมพ์ การลงนิตยสาร  ตามหลักการโฆษณา…บริษัทบางแห่งตั้งงบโฆษณาไว้ตั้ง 10-20 เปอร์เซ็นต์ของงบบริษัท ดังนั้นคิดง่ายๆครับว่า วัดที่กำลังสร้างเมรูหรือถาวรวัตถุสัก หลักแสน แต่มูลค่าของวัตถุมงคลที่ออกได้หมดรวมๆกันเป็นหลักสิบล้าน ค่าโฆษณาคงเฉียดล้าน มันคุ้มกันไหม..เก็บค่าโฆษณามาสร้างถาวรวัตถุไม่ดีกว่าหรือครับ….ดังนั้น ก่อนจะเช่าควรพิจารณาอย่างคร่าวๆก่อนว่า วัตถุมงคลทั้งรุ่นถ้าปล่อยออกได้หมดจะได้เม็ดเงินเข้ามาเท่าไหร่ หักค่าพิธีกับการจัดสร้างคาดว่านักสร้างคงกดไว้สัก40เปอร์เซ็นต์ คงไม่มีนักสร้างท่านไหนปล่อยให้ต้นทุนเกินห้าสิบเปอร์ฌซ็นต์แน่ๆ….คิด คร่าวๆห้าสิบเปอร์เซ็นต์คือเงินปัจจัยที่จะเข้าวัด เทียบกับคำสัญญาของวัดในการนำเงินไปใช้….แค่นี้คงเห็นแล้วมั้งครับว่า ส่วนต่างมันแค่ไหน ผมว่าบางทีสร้างถาวรวัตถุไปได้ถึง2-3 แห่งด้วย

Make a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

    About

    บล็อกรวบรวมประวัติพระเครื่องดี…พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์

    RSS

    Subscribe Via RSS

    • Subscribe with Bloglines
    • Add your feed to Newsburst from CNET News.com
    • Subscribe in Google Reader
    • Add to My Yahoo!
    • Subscribe in NewsGator Online
    • The latest comments to all posts in RSS

    Meta

Liked it here?
Why not try sites on the blogroll...

%d bloggers like this: