นิตยสาร สารคดี”เรื่อง”ศรัทธาและเงินตราในโลกธุรกิจพระเครื่อง”

Posted on July 11, 2008. Filed under: ประสบการณ์ | Tags: , , |

เมื่อ กพ.2550 ผมได้เห็นบทความในนิตยสารสารคดีเขียนไว้อย่างน่าสนใจ

เมื่อวานนี้ไปเดินร้านเช่าหนังสือ แว๊ปไปเห็นนิตยสาร สารคดีหน้าปกหน้าเป็นพระเบญจภาคี จั่วหัวว่า”ดินที่แพงที่สุดในโลก”ก็เลยหยิบเช่ากลับมาอ่าน ยังอ่านไม่จบแต่อ่านแต่หัวข้อก็เป็นมุมมองของคนในสังคมอีกแบบหนึ่ง เลยเข้าไปที่เวปไซด์ของสารคดี….ลองอ่านดูแล้วกันครับ
เรื่อง : เกษร สิทธิหนิ้ว
ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์

ศรัทธาและเงินตราในโลกธุรกิจพระเครื่อง

….ในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา “ธุรกิจพระเครื่อง” เติบโต และขยายตัวอย่างรวดเร็ว จริงหรือไม่ว่า ขณะที่โลกมีความเจริญทางวัตถุเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ “ข้างใน” ของคนกลับอ่อนแอลง ? ความอ่อนแอนำมาสู่การแสวงหาที่พึ่งทางใจ จนทำให้ใครหลายคนยอมทุ่มเทเงินเป็นแสนเป็นล้านเพื่อแลกกับ “พลานุภาพ” ที่เชื่อกันว่ามีอยู่ในองค์พระเครื่อง และถึงวันนี้ “ความเชื่อ และศรัทธา” ก็เป็นอีกสิ่งที่ได้กลายเป็น “สินค้า” ไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ? ….
….บางครั้ง ฉันสงสัย–ขณะที่โลกก้าวไปข้างหน้า มีความเจริญทางวัตถุมากขึ้นเรื่อยๆ “ข้างใน” ของคนกลับอ่อนแอลง ? ความอ่อนแอนำมาสู่การแสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยว ที่พึ่งพิงทางใจ ทำให้คนทุ่มเทเงินนับล้านเพื่อแลกกับ “พลานุภาพ” ที่เชื่อว่ามีอยู่ในองค์พระเครื่องนั้นๆ ?
และที่สุด ความเชื่อ และศรัทธา ก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งเหมือนสิ่งอื่นๆ บนโลกใบนี้ ที่ถูกทำให้กลายเป็นสินค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ?
…อ่านต่อได้ที่นี่ครับ

จากช่างซ่อมนาฬิกามาเป็นเซียนพระ
เฮียบิ ท่าพระจันทร์
“สมัยนั้นผู้ใหญ่ใจดี อาจารย์ต่างๆ เวลาเขามีพระสมเด็จ มีพระดีๆ เขาจะเอามาให้เราดู ยื่นให้ดูเลย ‘เอ้า บิ มึงดูเลยเนี่ย’ อย่างนี้ เราก็มานั่งดู นั่งพิจารณาไป พยายามจำพิมพ์ให้ได้ แล้วก็มาดูเนื้อ เวลาดูพระซ่อม เฮียจ้ำ สะพานควาย เขาเป็นคนสอนเราเองว่า ถ้าจะดูว่าเป็นพระซ่อมหรือเปล่าให้ตะแคงดูเงา พระที่ซ่อมกับไม่ซ่อม เงามันจะต่างกัน ถ้าซ่อมมันจะมีเส้นเงา นี่คือการดูด้วยตาเปล่า เรียกว่า เล่นแสง คือตะแคงเล่นแสง จากนั้นก็เข้ากล้องส่องให้ละเอียดเลยทีนี้ เน้นเป็นจุดๆ ไป ถ้าใช่ก็จับ (ตกลงซื้อ) เลย สมัยนั้นมีผู้รู้ มีอาจารย์เยอะ เขาสอนโดยไม่ปิดบัง ต้องดูอย่างนี้ๆ เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ไป เรียนรู้จากคนอื่นเยอะ สมัยก่อนก็แค่ดูพิมพ์ดูเนื้อ รูปที่ลงในหนังสือรุ่นเก่าๆ ก็เป็นรูปขาวดำ ไม่ชัดเท่าไร สมัยนี้มีหนังสือที่ลงรูปถ่ายชัดเจน พิมพ์สี่สี ช่วยให้ดูง่ายขึ้น เรียนรู้ได้ง่ายขึ้นเยอะ”

“กว่าจะเชี่ยวชาญก็ต้องผ่านอะไรมามาก พลาดไปก็หลายครั้ง พระเก๊นี่โดนกันทุกคน เมื่อก่อนนี้มีเป็นกองเลย โดนมาก็ซุกๆ ไว้ ถือว่าพลาดเป็นครู เขาเรียก ‘องค์ครู’ ประมาทเมื่อไรเสร็จทุกที ต้องใจเย็นๆ รีบร้อนไม่ได้”

“การจะอยู่ในวงการได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเราทำตัวอย่างไร ถ้าเราไปเอารัดเอาเปรียบเพื่อนฝูง เขาคงไม่คบ คล้ายๆ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถ้าใครโกงนี่ ไปเร็วมาก แป๊บเดียวรู้กันหมด บางคนพอถูกจับได้ก็หายไปจากวงการเลย ไม่กล้าเข้ามาอีก คล้ายๆ ว่าละอายใจ จริงๆ แล้วพลาดครั้งหนึ่งกลับมาแก้ตัวใหม่อาจดีขึ้นได้ แต่บางคนไม่ปรับปรุงตัว ครั้งแรกพลาด ทำไม่ดี เขายังให้อภัย ครั้งที่ ๒ ก็หยวนๆ พอครั้งที่ ๓ เรียบร้อยเลย เราอยู่ในวงการ ต้องเล่นให้มีศักดิ์ศรี เล่นระดับแท้ๆ อย่าไปซี้ซั้ว อย่าต้มตุ๋นคนอื่น จะอยู่ได้ อันไหนซื้อมาแล้วยังขายไม่ออกก็เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวก็ขายได้ ถ้าเป็นของแท้ ยังไงก็ขายได้”

อ่านเรื่องเต็มที่นี่ครับ

พระเครื่องและผ้าถุงแม่ : เครื่องรางกลางสนามรบ
นายอุทัย มีกาหลง
ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

“ตอนไปรบในสงครามเวียดนาม ทหารไทยทุกคนจะมีพระเครื่องแขวนคอไปด้วย ตอนผมไปก็มีสมเด็จพระพุทธชินราชองค์หนึ่ง พระพุทธโสธรองค์หนึ่ง และเหรียญหลวงพ่อเต๋ คงทอง ซึ่งเป็นพระที่ผมนับถือมาก และแม่ก็ยังฉีกชายผ้าถุงให้เอาไปด้วย ท่านว่า ให้เอากลับมาคืนด้วย คล้ายๆ กับว่า เป็นความเชื่อมั่นว่าเราจะไม่ตาย ต้องเอากลับมาคืน ก็รู้สึกตื้นตันใจมาก คิดถึงแม่ตลอด”

“ผมเอาพระแขวนคอ อาราธนาคุณพระให้คุ้มครอง ชายผ้าถุงแม่ก็เก็บไว้ในกระเป๋า พกติดตัวไว้ตลอด บางคนก็มีผ้ายันต์ ได้จากอาจารย์ที่นับถือ เป็นผ้ายันต์สีแดง มีลายอักขระขอมโบราณ ถ้าเป็นเสื้อยันต์ก็สวมไว้ ผ้ายันต์ก็ผูกแขนหรือเก็บใส่กระเป๋า ตะกรุดก็เอาแขวนไว้ที่เอว บางคนห้อยพระเป็นพวงเต็มคอเลย ๒๐-๓๐ องค์ อย่างหนักเลย ยังคุยกับเขาเลยว่า นี่เพื่อน ถ้ารอดตายจะรู้ไหมว่าองค์ไหนช่วย แต่ก็นั่นแหละ พกไปแล้วมันอบอุ่นใจว่า ไม่ตาย ไม่เป็นไร เราทำงานเพื่อประเทศชาติ ทำความดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องคุ้มครอง แต่หลายคนที่พกพระก็ตายได้ เขาเรียกว่า หมดบุญ…”

“พื้นที่ที่อันตรายมากๆ มีพวกเวียดกงมากๆ เรียกว่า พื้นที่ดุ ทหารอเมริกันไม่ไปกันหรอก จะให้ทหารไทยไป ฝรั่งเห็นทหารไทยไปรบทีไรมันไม่ตาย ไม่ค่อยจะบาดเจ็บ แต่ของเขาไปทีไรก็เจอแจ็กพ็อตทุกที แต่ทหารไทยลุยถั่วไป เรียบร้อย ไม่เป็นไรหรอก สูญเสียบ้างเล็กน้อย ไม่ถึงกับตาย แคล้วคลาด จริงๆ นะเรื่องนี้ คล้ายๆ ว่าจิตใจเราเชื่อมั่นว่าคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองเรา เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจริงๆ ตอนที่ผมไป ผมเชื่อมั่นว่าคุณพระต้องคุ้มครอง ไม่เป็นไรนะ แต่ต้องทำความดีด้วย พระถึงจะคุ้มครองเราจริง

“ทหารอเมริกันก็มานิยมพระเครื่องตามเราเยอะเลย เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ตอนกินข้าว ตอนพักผ่อนอยู่ในเต็นท์ ทหารไทยถอดเสื้อออกมา พระเต็มคอเลย บางคนเสื้อยันต์แดง แถมมีกระเป๋าเต็มตัว ในกระเป๋าก็มีพระอีก ฝรั่งเลยขอเช่าไปบ้าง เขาก็กลัวเหมือนกัน อยากมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้มั่นใจว่าจะปลอดภัย มีสิ่งที่คุ้มครองตัวเขาได้ บางคนรักชอบกันก็ให้ด้วยน้ำใจ แต่ทหารไทยบางคนก็ลูกเล่นแพรวพราวเหมือนกัน บางคนเอาพระที่ไม่ได้ปลุกเสกให้ไป พระที่ไปกวาดมาจากท่าพระจันทร์บ้าง ไอ้กันมันไม่รู้หรอกว่าพระดีหรือไม่ดี ขอให้มีพระแขวนคอก็แล้วกัน อุ่นใจละ ระหว่างพักรบก็ยังเอาพระมาดูกันเลย ยังว่า เฮ้ย เอาพระปลอมมาแขวนนี่…”

อ่านเรื่องเต็มได้ที่

พระเครื่องไทยไปนอก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ธุรกิจพระเครื่องไม่ได้เฟื่องฟูแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่กำลังแพร่หลายอยู่ในต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง หรือแม้แต่ยุโรปและสหรัฐฯ โดยเฉพาะในย่านที่มีคนเอเชียอาศัยอยู่ ความนิยมพระเครื่องที่แพร่ขยายไปยังชาวต่างชาตินี้ ทำให้บริษัททัวร์หลายแห่งถึงกับบรรจุ “ตลาดพระเครื่อง” เป็นหนึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยวเลยทีเดียว

อ่านเรื่องเต็มได้ที่

พจนานุกรมเซียนพระ

ตกควาย
ขายผิดราคา เช่น ควรขายได้ในราคา ๔ แสนบาท แต่กลับขายเพียง ๒ หมื่นบาท

สหลูตู๋
เป็นคนไม่ได้เรื่อง ไว้ใจหรือเชื่อถือไม่ได้ คนในวงการไม่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ

ผีสนาม
คนที่คอยไปเดินดูตามตลาดพระว่าวันนี้มีพระองค์ไหนเข้าตลาดบ้าง ถ้าเจอว่ามีใครเอาพระใหม่มาปล่อย ผีสนามจะพาเจ้าของพระไปหาเซียนพระที่รับซื้อ

ไทเกอร์
มีที่มาจากสุภาษิตที่ว่า จับเสือมือเปล่า หมายถึงขายพระโดยไม่ต้องลงทุน ไปยืมของเพื่อนมาปล่อย ได้กำไรเอง

นั้ง
หุ้นกัน ถ้าจะซื้อพระแต่เงินไม่พอ เซียนพระจะชวนเพื่อนมาหุ้นกัน พอขายได้ก็แบ่งกำไรกันตามหุ้น

ตกรถ
เกาะไม่ติด ถูกเขี่ยตกขบวนที่คนอื่นๆ ร่วมกันนั้ง

แห่
เอาพระไปเช็กกับเซียนพระอย่างน้อย ๕-๖ คนเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นพระแท้

เล่านิทาน
แต่งประวัติที่มาของพระเครื่องว่าเป็นของเก่าจริงหรือมีประสบการณ์เพื่อสร้างมูลค่า

เปลี่ยนหน้าพระ
เปลี่ยนไปเล่นหรือสะสมพระประเภทอื่น เช่นจากที่เคยสนใจพระสมเด็จ ก็ไปสนใจพระผงสุพรรณ

องค์ครู
พระปลอมที่เก็บไว้ศึกษา

อยู่กับก๋ง / เฝ้าตู้
พระที่ขายไม่ออก ค้างเติ่งอยู่ในตู้นานหลายปี

Make a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

    About

    บล็อกรวบรวมประวัติพระเครื่องดี…พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์

    RSS

    Subscribe Via RSS

    • Subscribe with Bloglines
    • Add your feed to Newsburst from CNET News.com
    • Subscribe in Google Reader
    • Add to My Yahoo!
    • Subscribe in NewsGator Online
    • The latest comments to all posts in RSS

    Meta

Liked it here?
Why not try sites on the blogroll...

%d bloggers like this: