เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ปี ๒๕๓๐

Posted on April 3, 2008. Filed under: หลวงปู่ดู่ | Tags: , , , , |

เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ปี 2530
คัดลอกมาจากเวปพุทธานุภาพพระเครื่อง

ที่มาของการสร้างเหรียญกระโดดบาตร สืบเนื่องมาจากในสมัยที่ คุณแล่ม จันท์พิศาโล ยังทำงานที่นิตยสารพระเครื่อง “ ลานโพธิ์ ” วันหนึ่งขณะเดินทางไปทำธุระ ระหว่างทางก็ได้เห็นคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ จึงได้ชะลอรถเพื่อดู ภาพที่เห็นคือ มีมอเตอร์ไซด์เก่า ๆ คันหนึ่งได้ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง มีผู้หญิงและผู้ชายนอนตายอยู่ใกล้ ๆ กัน และมีเด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ กำลังร้องไห้เรียกหาพ่อแม่ซึ่งนอนตายอยู่ พร้อมทั้งกอดศพพ่อและแม่ ภาพที่เห็นนั้นรู้สึกสลดใจยิ่งนัก จึงเกิดความคิดสร้างพระแจกให้คนทั่ว ๆ ไปได้มีพระเอาไว้ติดตัวคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ เผื่อคนจนจะได้มีพระไว้บูชาด้วย

ก็มานั่งนึกว่าจะสร้างเป็นพระอะไรก็นึกถึงหลวงปู่ทวดขึ้นมา เพราะเคยมีคนกล่าวว่า มีหลวงปุ่ทวดคิดตัวจะไม่เกิดอุบัติเหตุตายโหง เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงให้ช่างแกะพิมพ์เป็นรูปหลวงปู่ทวดนั่งสมาธิอยู่ในกรอบพระทรงสี่เหลี่ยม กว้าง 1.5 ซม. สูง 2.0 ซม. เป็นเนื้อทองแดงรมน้ำตาลเพียงอย่างเดียวไม่มีเนื้ออื่น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อทองคำ เงิน นาก ทองเหลือง หรือตะกั่ว และไม่มีเหรียญแจกกรรมการ ( เพราะไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแต่อย่างใด ) จำนวนสร้าง 20,000 เหรียญ เมื่อเหรียญสร้างเสร็จแล้วปรากฏว่าสวยงามมาก ใบหน้าของหลวงปู่ทวดแสดงถึงความเมตตาเป็นอย่างมาก

พระอาจารย์ที่ตั้งใจจะให้ท่านปลุกเสกก็คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อยุธยา โดยคุณช้าง ราชดำเนิน เป็นผู้นำไปฝากไว้ที่วัดสะแกด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อนำเหรียญที่สร้างทั้งหมดมาให้หลวงปู่ดู่ท่านอธิษฐาน พร้อมทั้งบอกจุดประสงค์ในการสร้างว่ามีเจตนาเพื่ออะไร พอหลวงปู่ทราบ ท่านก็พูดออกมาดัง ๆ ว่า “ ข้าขออนุโมทนากับแกด้วย ” จึงฝากเหรียญทั้งหมดไว้ให้หลวงปู่ปลุกเสกเป็นเวลาหนึ่งไตรมาสตลอดพรรษาปี 2530

เมื่อครบกำหนดออกพรรษาแล้วหลายวัน ทางผู้สร้างและคุณช้างจึงกลับไปที่วัดสะแกอีกครั้ง พร้อมกับขอรับเหรียญหลวงปู่ทวดที่ฝากไว้กลับคืน โดยได้ให้คำมั่นสัญญากับหลวงปู่ว่า “ จะเอาเหรียญนี้ไปแจกแก่ผู้ซื้อหนังสือลานโพธิ์ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่สาธารณกุศลเท่านั้น โดยจะไม่นำไปจำหน่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวอย่างเด็ดขาด”

หลวงปู่ดู่ได้กล่าวอนุโมทนาและได้เมตตานั่งปรกอธิษฐานจิตให้อีกครั้งหนึ่งนานประมาณ 30 นาที โดยท่านได้บอกกับลูกศิษย์ที่ไปนั่งปฏิบัติธรรมบนกุฏิว่า “ ขอให้ทุกคนนั่งสมาธิตั้งจิตอธิษฐานมาที่กล่องเหรียญหลวงปู่ทวดนี้ด้วย ” ซึ่งทุกคนก็ได้ปฏิบัติตามที่หลวงปู่สั่งไว้ ( มีผู้ที่นั่งสมาธิในวันนั้นบอกว่า เห็นแสงสว่างสุกปลั่งไสว เป็นแสงสีนวลบนกล่องเหรียญ )

หลังจากที่หลวงปู่นั่งสมาธิอธิษฐานจิตเสร็จแล้ว ท่านได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ทั่วทุกกล่องพระ ทางผู้สร้างได้แบ่งเหรียญใส่พานถวายท่าน 2 ถุง ( 2,000 เหรียญ ) กราบเรียนท่านว่า “ ขอให้รับไว้เพื่อแจกแก่ผู้ที่มากราบหลวงปู่ ” หลวงปู่รับเหรียญแล้วก็แกะถุงพลาสติก หยิบเหรียญออกมาแจกแก่ทุกคนที่อยู่บนกุฏิในวันนั้น

ในเวลานั้นผู้สร้างได้มีโอกาสคุยกับลูกศิษย์ที่มีความนับถือหลวงปู่ดู่ด้วยกันหลายคน หนึ่งในลูกศิษย์นั้นเล่าว่า มีคนนำเหรียญรูปหลวงปู่ทวดมาให้หลวงปู่ดู่ปลุกเสก เหรียญรุ่นนั้นหลวงปู่ดู่ท่านเมตตาปลุกเสกอย่างเต็มที่ ลูกศิษย์ผู้นั้นกล่าวต่อว่า เดิมที่เหรียญนั้นอยู่ในกล่องกระดาษ และได้มีลูกศิษย์มาพบ เห็นว่าเหรียญนั้นเป็นเหรียญรูปหลวงปู่ทวด จึงนำเหรียญเหล่านั้นมาใส่ไว้ในบาตรพระแทน

ในการปลุกเสกคราวหนึ่ง คนที่ศรัทธาหลวงปู่กลับไปหมดแล้ว ท่านว่างจึงได้ทำการอธิษฐานจิตปลุกเสกเหรียญหลวงปู่ทวดตอนนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ซึ่งมีเพียงตาแกละที่คอยเก็บกาน้ำชา และคอยทำความสะอาดอยู่บริเวณนั้น ตาแกละได้เล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อดู่ท่านได้ปลุกเสกเหรียญทั้งหมดจนเหรียญตั้งขึ้นได้ทุกองค์แล้วเหรียญทุกองค์ก็ได้ลอยขึ้นมาจากบาตร เมื่อตาแกละเห็นดังนั้นจึงนั่งลงกราบ แล้วหลวงพ่อดู่ก็ลืมตาขึ้นมามองทางตาแกละ วันนั้นหลวงพ่อท่านอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ตาแกละก็เลยกล่าวกับหลวงพ่อว่า “ เหรียญรุ่นนี้หลวงพ่อปลุกเสกจนเหรียญลอยเลยนะครับ ” หลวงพ่อท่านเมตตาตอบว่า “ คนสร้างเหรียญรุ่นนี้เขามีเจตนาดี อยากให้ผู้อื่นแคล้วคลาดปลอดภัยทำมาหากินเจริญ คนแบบนี้หาได้ยาก ด้วยเจตนาอันเป็นกุศลนี้ข้าเลยอนุ โมทนาให้เขาเต็มที่ เหรียญที่ปลุกเสกนี้เมื่อนำไปใช้ก็จะเจริญร่ำรวย มีโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตา สมกับเจตนาที่ตั้งไว้ ข้าเสกเหรียญนี้ไว้ในบาตรพระ ก็เพราะบาตรพระเป็นภาชนะที่ญาติโยมนำข้าวปลาอาหาร กล้วยสุกลูกไม้ มาให้ด้วยความศรัทธา บาตรพระนี้แหละแกเอ๋ย ดีเป็นที่สุดเลย ” หลวงพ่อยังพูดต่อว่า “ เหรียญหลวงปู่ทวด ที่ข้าปลุกเสกนี้ อีกหน่อยจะหายากจนแทบพลิกแผ่นดินหากันแหละแก ”
เมื่อผู้สร้างได้ฟังเรื่องต่าง ๆ ถึงกับขนลุกขึ้นถึงหัวเลยทีเดียว คนที่เล่าก็ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง นี้คือที่มาของเหรียญหลวงปู่ทวดกระโดดบาตร อีกหลายปีผ่านไปก็เป็นอย่างที่หลวงปู่ดู่ได้กล่าวไว้ว่า เหรียญนี้มีพุทธคุณต่าง ๆ นา ๆ ผู้ที่ใช้มักมีปาฏิหาริย์มาเล่าให้ฟังกันต่าง ๆ

บันทึกของคุณชาญชัย ก่อเกียรติสกุลชัย

ณ ห้อง 223 เตาปูนแมนชั่น อาคาร เอ ถ.เตชะวาณิช
แขวง/เขต บางซื่อ กทม. 10800 โทรฯ 5859628-9 ต่อ 223
( หมายเหตุ ปัจจุบันทางแมนชั่นได้เปลี่ยนเป็นสายตรงแทนแล้ว )

27 พ.ย. 2539

ข้าพเจ้า นายชาญชัย ก่อเกียรติสกุลชัย จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันทำงานที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนากระบวนการทำงานธนาคารกสิกรไทย และมีเชื้อสายจีนเต็มตัว

เดิมข้าพเจ้าไม่มีความสนใจในแก่นหรือหลักของพระพุทธศาสนา เพียงแต่มีความเข้าใจอย่างผิวเผิน และได้ประสบเหตุการณ์บางอย่างในการทำงานในต่างจังหวัด ทำให้มีความสนใจในเรื่อง “ พระพุทธคุณ ” ( พระพุทธคุณ คือ พลังงานที่อยู่ในพระ ) ว่าจะมีจริงหรือเปล่า จึงได้เสาะแสวงหาพระเครื่องของพระเกจิอาจารย์และพระกรุต่างๆ จากหนังสือพระเครื่องหลายฉบับ โดยเสียเงินในการเช่าบูชาเป็นจำนวนมากพอสมควร

เนื่องจากข้าพเจ้ามีพระเครื่องจำนวนมากมาย ทำให้ไม่มีการจัดเก็บให้เป็นที่เรียบร้อย มารดาข้าพเจ้าซึ่งเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ( เรียกว่า เป็นคนต่างด้าว ) และมีความนับถือในพระศาสดากับพระโพธิสัตว์กวนอิม โยมมารดาเคยเล่าให้ฟังว่า ท่านได้สวดมนต์ทำสมาธิมาตั้งแต่เมื่ออายุเพียง 15 ปี ตั้งแต่สมัยอยู่ในประเทศจีน จนมีอายุในขณะนี้ 70 ปี และตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าจำความได้ ก็เห็นมารดาสวดมนต์บูชาพระพุทธองค์และพระโพธิสัตว์กวนอิมทุกวันในช่วงเย็นไม่น้อยกว่าวันละ 3 ชั่วโมง

โดยปกติลูกหลานจะทราบเพียงแต่ว่า มารดาข้าพเจ้ามีความสามารถในการทำนายโหงวเฮ้ง ( โหงวเฮ้ง หมายถึง การดูตรงหน้า ดูลักษณะ 5 อย่าง เช่น ดูตา ใบหู จมูก เป็นต้น ) ได้อย่างเม่นยำมาก แต่จะบอกเฉพาะลูกหลานหรือญาติเท่านั้น

จนมากระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง มารดาได้ให้ข้าพเจ้าไปจัดเก็บพระเครื่องต่างๆ ที่วางไว้ระเกะ ระกะให้เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากเป็นวันหยุด ข้าพเจ้าจึงนำพระเครื่องทั้งหมดออกมาทำความสะอาดแล้ววางไว้บนโต๊ะ มารดาข้าพเจ้า ( ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ) ได้เดินมาที่โต๊ะที่วางพระเครื่องจำนวนหลายร้อยองค์ของข้าพเจ้า พร้อมกับได้หยิบพระเครื่องแยกออกมาจำนวนหนึ่งประมาณ 4-5 องค์ แล้วเลือกพระเครื่องออกมาเพียง 1 องค์ยื่นให้ข้าพเจ้า องค์ที่เหลือได้วางกลับลงไปที่เดิม

เนื่องจากมารดาเป็นคนจีนพูดไทยชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ได้พูดภาษาจีนแปลเป็นไทยได้ว่า “ พระเครื่องที่หยิบมาทุกองค์มีพลังหรือพุทธคุณสูงมาก แต่องค์ที่พุทธคุณสุดยอดคือองค์นี้ ” ซึ่งในภายหลังข้าพเจ้าทราบว่าเป็น เหรียญสี่เหลี่ยมเล็ก ทองแดงรมสีน้ำตาล รูปหลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ สร้างเมื่อปี 2530 อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวโดย หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อยุธยา ซึ่งบางคนเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า “ รุ่นกระโดดบาตร ”

มารดาได้กล่าวย้ำให้ข้าพเจ้านำไปเลี่ยมทองแขวนคอไว้เป็นมงคลแก่ตัว โดยปกติมารดาไม่เคยสนใจในเรื่องพระเครื่อง และอ่านภาษาไทยไมได้เลย แต่ท่านจะตักบาตรทุกวันและนับถือหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี กับ สมเด็จพระพุฒโฆษาจารย์ ( ฟื้น ) วัดสามพระยา

ข้าพเจ้ามีความสงสัยเป็นอย่างมากว่า มารดาทราบได้อย่างไรว่าองค์ไหนมีพุทธคุณสูง และท่านสามารถตรวจสอบได้จริงหรือไม่ พระเครื่ององค์ดังกล่าวเป้นพระที่ข้าพเจ้าได้รับจากการทำบุญกับเพื่อน เป็นพระรุ่นใหม่และไม่มีราคาเช่าหาแต่อย่างใด จึงสอบถามมารดาว่า แม่รู้ได้อย่างไรว่าพระองค์นี้ดีและองค์ที่วางลงไปมีพุทธคุณน้อยกว่า ( พระที่มารดาวางลงไป 3-4 องค์ ล้านเป็นพระเครื่องที่นิยมในวงการและมีราคาเช่าหาสูงในระดับหลักหมื่นขึ้นไปทั้งสิ้น ) ข้าพเจ้าได้เลือกพระองค์ที่บูชามาในราคาสูงมาให้ตรวจสอบอีกจำนวนหนึ่ง ผลก็คงเป็นเช่นเดิม

มารดาบอกว่า พระองค์นี้ ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) ดีมาก เป็น “ ผ่อสัก ” ( คือ “ พระโพธิสัตว์ ” เหมือนกับ “ เจ้าแม่กวนอิม ” ) ให้นำไปเลี่ยมแขวนที่คอ หากไม่มีเงินก็จะให้
ข้าพเจ้าแย้งว่า พระองค์นี้ได้มาจากการทำบุญราคาถูกมาก จะดีกว่าพระองค์ที่มีราคาแพงๆ ได้อย่างไร ?
มารดาบอกว่า พระองค์ราคาแพงมีพุทธคุณสูง มีลักษณะพลังงานแบบสายน้ำที่ไหลเรื่อยๆ มาไม่ขาดสาย แต่พระองค์ที่เลือกให้ ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) มีพุทธคุณสูงสุด มีพลังงานเหมือนกับน้ำตกที่ไหลแรงมากและไม่ขาดสายเช่นกัน

ข้าพเจ้ายังไม่เชื่อว่ามารดาจะตรวจสอบพุทธคุณได้จริงๆ จึงได้ไปยืมพระเครื่องที่มีราคาเช่าหาในหลักแสนมา 2 องค์ ให้มารดาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่ามารดาก็ยังยืนยันเหมือนเช่น เดิม แต่ข้าพเจ้าก็ยังแคลงใจ จึงได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง โดยนำกล่องใส่พระที่ปิดสนิท 3 กล่อง

– กล่องที่ 1 บรรจุพระเหรียญหลวงปุ่ทวด รุ่น กระโดดบาตร
– กล่องที่ 2 บรรจุพระเก่าราคาแพง
– กล่องที่ 3 บรรจุเม็ดลูกอมกิมจ๊อ

ไม่สามารถมองเห็นว่าข้างในกล่องมีอะไร แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบ เพราะได้วางสลับไปสลับมาจนตัวเองก็งง

มารดาได้ยกกล่องใส่พนมมือทีละกล่อง โดยบอกว่า กล่องนี้มีพระองค์ที่มีพุทธคุณเยี่ยมยอด ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) ส่วนกล่องนี้พุทธคุณเบาบางมาก ( พระเก่า ) อีกกล่องท่านได้โยนทิ้งถังขยะ กล่องที่ถูกทิ้งถังขยะเป็นกล่องที่บรรจุเม็ดลูกอมกิมจ๊อ จึงทำให้ข้าพเจ้าเริ่มสนิทใจว่า

มารดาตรวจสอบพุทธคุณได้จริง และพุทธคุณมีจริง

จากจุดนี้ทำให้ผู้เขียนสอบหาพระเครื่องที่ปลุกเสกโดย หลวงปู่ดู่ วัดสะแก มาโดยตลอด แม้ในทุกวันนี้ ต่อมาได้อ่านหนังสือ พระผู้จุดประทีปในดวงใจ ทำให้สนใจเริ่มค้นคว้าคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างจริงจังและนำมาปฏิบัติธรรม จึงขอสนับสนุนแนวทางที่ หลวงปู่ดู่ วางไว้ว่า

“ ติดวัตถุมงคล
ดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล ”

เมื่อสามารถฝึกจิตตนเองและปฏิบัติธรรมได้อย่างจริงจังแล้ว ก็จะค้นพบของดีวิเศษในตนเอง ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

อ้างอิง 1. “ เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร 2530 หลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา ปลุกเสก ” โดย แล่ม จันท์พิศาโล
หนังสือปรกโพธิ์
2. “เหรียญกระโดดบาตร หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ” โดย กฤษ บางพรม หนังสือนะโภคทรัพย์

เพิ่มข้อเขียนของคนสร้างครับ

จาก…”เหรียญแจกฟรี”..กับหนังสือพระ
มาเป็น..เหรียญนิยมหลักพันเศษ

เหรียญหลวงปู่ทวด
รุ่น”กระโดดบาตร”2530
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา ปลุกเสก

โดย…แล่ม จันท์พิศาโล

ในช่วงระยะเวลา 15 ปี ที่ผมเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสารพระเครื่อง”ลานโพธิ์” ได้เคยจัสร้างเหรียญและพระเครื่องแจกไปกับหนังสือมาแล้วหลายรุ่นด้วยกัน

ในปีพ.ศ2519 ได้สร้างพระปรกใบมะขาม โดยได้ตระเวนขอบารมีหลวงพ่อหลวงปู่พระอาจารย์ชื่อดังปลุกเสกทั่วประเทศ ใช้เวลาเป็นเดือนๆ ในช่วงที่รอคอยก็ได้ลงโฆษณาเป็นระยะๆ ทำให้ท่านผู้อ่านตื่นตัวอยากจะได้พระปรกใบมะขามรุ่นนี้กันมาก จึงได้มีการสั่งจองหนังสือกันล่วงหน้า เอเย่นต์ต่างจังหวัดส่งยอดขอเพิ่มหนังสือกันแทบทุกวัน จนต้องปิดรับจอง

ทำให้หนังสือ”ลานโพธิ์”ฉบับแถมพระปรกใบมะขามนี้มียอดพิมพ์สูงถึง 1 แสน 2 หมื่นฉบับ…แทบไม่น่าเชื่อ ถ้ายังไม่ปิดจองก็คงต้องสูงกว่าเป็นแน่แท้

นับเป็นหนังสือพระฯที่มียอดพิมพ์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งยังไม่มีหนังสือพระฯเล่มใดทำได้มาก่อน..แม้ในทุกวันนี้ (ปี 19 น่ะครับ)

พระปรกใบมะขาม รุ่นนี้มีตัวหนังสือจารึกอยู่ด้านหลังว่า “ลานโพธิ์ ๑๙” ออกแบบองค์พระโดย ท่านอาจารย์อวบ สาณะเสน ศิลปินเอกของเมืองไทย.ในปี พ.ศ2530 ผมได้สร้าง เหรียญแจกไปกับหนังสือ”ลานโพธิ์” อีก 3 เหรียญ แจกเป็นระยะๆ (เป็นการแจกฟรีจริงๆไม่ได้ขอบวกเพิ่มค่าพระไว้ในหนังสือพระเครื่องแต่ประการใด)

เหรียญ 3 พิมพ์นี้คือ

1.เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากครองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ปลุกเสกโดย หลวงพ่อมหาโพธิ์ ลูกศิษย์หลวงปู่ศุข
2.เหรียญหลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม ปลุกเสกโดยหลวงพ่อแช่มเอง
3.เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี ปลุกเสกโดย หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา
ทั้ง 3 พิมพ์นี้เป็นเหรียญสี่เหลี่ยมมีขนาดเท่ากันคือกว้าง 1.5 ซม. สูง 2.0 ซม.

เหรียญหลวงปู่ศุข กับเหรียญหลวงพ่อแช่ม มียอดสร้าง 1 หมื่นเหรียญ ส่วนเหรียญหลวงปู่ทวด มียอดสร้าง 2 หมื่นเหรียญ ทั้งหมดเป็น เหรียญทองแดง รมน้ำตาล แต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีเนื้อพิเศษอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อทองคำ เงิน นาก ทองเหลืองหรือตะกั่วและไม่มีแจกกรรมการ (เพราะไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแต่อย่างใด)

ทราบว่าตอนหลังมานี้มี “เหรียญปลอม” ออกมาด้วย โดยเฉพาะเหรียญหลวงปู่ทวดเนื้อเงิน ทองเหลืองและทองแดงกาไหล่ทอง ซึ่งผมขอยืนยันว่า

“ไม่มีอย่างแน่นอน”

กล่าวสำหรับ “เหรียญหลวงปู่ทวด” คุณช้าง ราชดำเนิน เป็นผู้นำไปฝากไว้ที่วัดสะแกด้วยตนเอง โดยฝากไว้ตลอดพรรษาปี 2530

คุณช้าง ราชดำเนิน(หรือ”พี่ช้าง”ของผม) เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิคนหนึ่งของหลวงปู่ดู่ และได้ขึ้นธรรมกับหลวงปู่มาก่อน

ออกพรรษาแล้วหลายวัน ผมกับพี่ช้างได้ไปกราบหลวงปู่ดู่ด้วยกันพร้อมกับขอรับเหรียญหลวงปู่ทวดที่ฝากปลุกเสกกลับมาแจกหนังสือ โดยผมได้ให้คำมั่นสัญญากับหลวงปู่ว่า

“จะเอาเหรียญนี้ไปแจกแก่ผู้ที่ซื้อหนังสือลานโพธิ์ และให้ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สาธารกุศลเท่านั้น โดยจะไม่นำไปจำหน่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวอย่างเด็ดขาด”

หลวงปู่ได้กล่าวอนุโมทนา และได้เมตตานั่งปรก อธิษฐานจิตปลุกเสกให้อีกนานประมาณ 30 นาที โดยได้บอกกับบรรดาลูกศิษย์ที่ไปนั่งปฏิบัติธรรมอยู่บนกุฏิว่า “ตั้งจิตอธิฐานมาที่กล่องเหรียญหลวงปู่ทวดนี้ด้วย” ซึ่งทุกคนก็ได้ปฏิบัติตามที่หลวงปู่สั่งไว้ มีผู้ที่นั่งสมาธิในวันนั้นบอกว่าเห็นแสงสว่างสุกปลั่งไสวเป็นแสงสีนวลบนกล่องเหรียญ

หลังจากที่หลวงปู่นั่งสมาธิอธิษฐานจิตเสร็จแล้วท่านได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ทั่งทุกกล่องพระ

ผมได้เอาเหรียญหลวงปู่ทวดออกมา 2 ถุง (2,000 เหรียญ) ใส่พานถวายแด่หลวงปู่กราบเรียนท่านว่า ขอให้รับไว้เพื่อแจกแก่ผู้ที่มากราบหลวงปู่

หลวงปู่รับเหรียญแล้วก็แกะถุงพลาสติก หยิบเหรียญออกมาแจกแก่ทุกคนที่อยู่ในกุฏิในวันนั้น

เรื่องการแจกเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นนี้ ผมมาทราบทีหลังว่า บรรดาลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ให้ความนิยมชมชอบกันมาก จะด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบ และได้มีการเรียกขานเหรียญรุ่นนี้ว่า “รุ่นกระโดดบาตร” นัยว่าหลงปู่ปลุกเสกจนเหรียญกระโดดออกจากบาตร

จริงเท็จประการใด ผมไม่ขอยืนยัน เพราะไม่ได้พบเห็นด้วยตนเอง

 คัดลอกมาจากกระทู้ในเวปพลังจิต

    About

    บล็อกรวบรวมประวัติพระเครื่องดี…พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์

    RSS

    Subscribe Via RSS

    • Subscribe with Bloglines
    • Add your feed to Newsburst from CNET News.com
    • Subscribe in Google Reader
    • Add to My Yahoo!
    • Subscribe in NewsGator Online
    • The latest comments to all posts in RSS

    Meta

Liked it here?
Why not try sites on the blogroll...

%d bloggers like this: