เหรียญ”กายทิพย์”หลวงปู่ดูลย์

Posted on October 26, 2008. Filed under: สายกรรมฐาน | Tags: , , |

วันนี้มีเวลาไปเที่ยวตามเวปพระเครื่อง เข้าไปที่พุทธวงศ์ดอทเนตหลังจากไม่ได้แวะเวียนไปหาอ่านข้อมูลดีๆ ก็พบเจอกับเรื่องเหรียญกายทิพย์หลวงปู่ดูลย์ที่คุณเนาว์ได้เขียนไว้ โดยกระทู้แรกที่โยงไปเวปพุทธวงศ์ คือบอร์ดของเวปพลังจิต

เหรียญกายทิพย์หลวงปู่ดูลย์
เหรียญกายทิพย์หลวงปู่ดูลย์

เหรียญกายทิพย์หลวงปู่ดูลย์

 

สร้างโดยวัดบูรพาราม สุรินทร์ สมัยที่หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ทรงสมณศักดิ์ที่”พระรัตนากรวิสุทธิ์”เมื่อปีพ.ศ. 2521จัดเป็นเหรียญที่มีประสพการณ์มากที่สุดรุ่นหนึ่ง เป็นที่นิยมแสวงหาของศิษย์และผู้ศรัทธากันมา

ชนิด”ลงยา”ก็มี สร้างจำนวนประมาณ 2,000 เหรียญ

เหรียญกายทิพย์หลวงปู่ดูลย์
เหรียญกายทิพย์หลวงปู่ดูลย์

เหรียญกายทิพย์หลวงปู่ดูลย์

อีกด้านหนึ่งของเหรียญ จะทำเป็นรูป “หลวงพ่อพระชีว์” วัดบูรพาราม อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งใช้เป็นที่ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยามาแต่โบราณกาล

หลวงปู่ดูลย์

หลวงปู่ดูลย์

รูป”ต้นแบบ” ปรากฏ “กายทิพย์”หลวงปู่ดูลย์ในท่านั่งสมาธิซ้อนอยู่ที่อกของหลวงปู่อีกชั้นหนึ่ง น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

หมายเหตุ 1 เคยอ่านหนังสือยุคเก่า(ไม่แน่ใจว่าหนังสือ”ธนาทิพ”หรืออะไรสักอย่าง) ทราบว่า มีคนเอารูปนี้ไปถามกับองค์หลวงปู่ดูลย์เองถึงที่มาของ”กายทิพย์” ที่ปรากฏซ้อนอยู่ในภาพ ด้วยความสงสัยว่า หากว่าจะเป็นการถ่ายซ้อนฟิล์ม ก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า หลวงปู่ดูลย์ไม่นิยมและไม่เคยโพสต์ท่าวางมาดให้ถ่ายรูป ยิ่งเป็นภาพที่”ลืมตานั่งสมาธิจ้องใส่กล้อง”อย่างที่เห็นซ้อนในภาพดังกล่าว ยิ่งเป็นสิ่งที่พ้นวิสัยและไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาทั้งสิ้นฯ
เมื่อได้ฟัง หลวงปู่ดูลย์ตอบแต่เพียงสั้นๆว่า
“ตอนที่เขาถ่ายภาพนี้ เรากำลังกำหนดจิตอยู่ที่ตรงหน้าอกของเราอยู่..!!?!”
หมายเหตุ 2 เหรียญกายทิพย์รุ่นนี้ แม้จะมิใช่เหรียญรุ่นแรกของหลวงปู่ดูลย์ แต่ก็เป็นที่นิยมแสวงหากันมาก เพราะมีความหมายพิเศษเชิงเหนือธรรมชาติและมีประสพการณ์เหลือที่จะคณานับ เคยมีพวก” มอเตอร์ไซค์ซิ่ง”วัยรุ่นชาวสุรินทร์ เคยถูกชาวบ้านบางคนที่รำคาญเสียงแข่งรถที่หนวกหูเต็มทีเอา”ลวดขึงขวางถนน” พร้อมกับตั้งระดับเดียวกับ”คอหอย” ด้วยกะว่า เวลาซิ่งผ่านมา ลวดจะได้”ปาด”ให้”หัวขาด” ลงไปประลองความเร็วต่อในพิภพมัจจุราชเสียเลยทีเดียว ปรากฏว่า การก็เป็นไปตามที่กะไว้ทุกประการ คือเมื่อพวกแข่งรถซิ่งผ่านมาที่มาการขึงลวงดักไว้ ก็สะดุดลวดจนทั้งรถทั้งคนพลิกคว่ำคะมำหงายกันไม่มีดี แต่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทั้งๆที่ลวดก็หนียวแบบสุดๆ และรถก็มาด้วยด้วยความเร็วและแรงขนาดนี้ ปกติ ก็น่าที่จะ”หัวขาด” กระเด็นตายสนิทชนิดไม่รู้สึกตัวได้แล้ว แต่การกลับเป็นว่า “ไม่เป็นอะไรเลย”!!??!! อย่างเหลือเชื่อที่สุด สืบไปสืบมาพบว่า วัยรุ่นดวงแข็งรายนั้น มี”เหรียญกายทิพย์ หลวงปู่ดูลย์”ห้อยติดคออยู่นั่นเอง…!!!!!

หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ก่อนจะดับขันธ์ ท่านได้แสดงธรรมเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสร้าง พระพุทธศาสนาให้ก่อเกิดอย่างบริบูรณ์ดังประสงค์แล้ว พระองค์จึงได้ทรงละ วิภวตัณหา นั้นเสด็จเข้าสู่ อนุปาทิเสสนิพพาน คือ ทรงเป็นผู้หมดสิ้นทุกตัณหาทรงเป็นผู้ดับรอบโดยลักษณาการแห่งอนุปาทิเส สนิพพานของพระองค์ ลำดับแรกก็เจริญฌาณ ดิ่งสนิทเข้าไปจนถึง สัญญาเวทยิตนิโรธ หมายความว่า เข้าไปลึกสุดอยู่เหนืออรูปฌาณ

ในวาระแรกนั้น พระองค์ยังมิได้ดับขันธ์ต่างๆ ให้สิ้นสนิทเด็ดขาดแต่อย่างใด เพียงเข้าไปเพื่อทรงกระบวนการแห่งการเข้าสู่นิพพานหรือนิโรธเป็นครั้งสุด ท้ายแห่งชีวิต พูดง่ายๆ ก็คือสู่สิ่งที่พระองค์ได้สร้างได้พากเพัยรก่อเป็นทางเป็นแบบอย่างไว้เป็น ครั้งสุดท้ายเสียหน่อย ซึ่งเรียกได้ว่า สิ่งอันเกิดจากการที่พระองค์ได้ยอมรับกับ ธุลีทุกข์ อันเป็นธุลีทุกข์ที่มนุษย์ธรรมดา มีจิตหยาบเกินกว่าที่จะสัมผัสว่ามันเป็นทุกข์”

“นี่แหละ กระบวนการกระทำจิตตนให้ถึงสัญญาเวทยิตนิโรธเป็นกระบวนการที่พระอนุตตรสัมมา สัมพุทธเจ้าผู้เป็นยอดศาสดาในโลกเท่านั้นที่ทรงค้นพบ ทรงนำมาตีแผ่เผยแจ้งออกสู่โลกให้พึงปฏิบัติตาม

เมื่อทรงสิ่งสุดท้ายนี้แล้ว จึงได้ถอยกลับมาสู่ภาวะต้น คือปฐมฌาณ แล้วตัดสินพระทัยครั้งสุดท้ายเสด็จดับขันธ์ต่างๆ ไปทีละขันธ์ วิญญาณขันธ์แห่งชีวิตและร่างกายนั้นได้ดับไปเสียตั้งแต่ก่อนจะเข้าสู่ปฐมฌาณ นานแล้ว เพราะต้องดับสังขารขันธ์หรือสังขารธรรมขั้นแรกก่อนวิญญาณขันธ์ที่หยาบนั้น”

“พระองค์เริ่มดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมชั้นในสุดอีก อันจะส่งผลให้ก่อวิภวตัณหาได้ชั้นหนึ่งเสียก่อน แล้วจึงเลื่อนเข้าสู่ทุติยฌาณ แล้วจึงดับสัญญาขันธ์เลื่อนเข้าสู่ตติยฌาณ เมื่อพระองค์ดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมชั้นในสุดอีกที ก็เป็นอันเลื่อนขึ้นสู่จตุตถฌาณ คงมีแต่เวทนาขันธ์สุดท้ายแห่งชีวิต นั้นแลคือลักษณาการแห่งขั้นสุดท้ายของการจะดับสิ้นไม่เหลือ”
“เมื่อพระองค์ดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมใหญ่สุดท้ายที่มีทั้งสิ้นแล้ว ก็มาดับเวทนาขันธ์อันเป็นจิตขันธ์ หรือนามขันธ์ที่ในจิตส่วนในคือ ภวังคจิต เสียก่อน แล้วจึงได้ออกจาก จตุตถฌาณ พร้อมกับมาดับ จิตขันธ์ หรือนามขันธ์สุดท้ายจริงๆ ที่ตรงนี้พระองค์ไม่ได้เข้าสู่พระนิพพานในฌาณสมาบัติอะไรที่ไหนหรอก”

“เมื่อพระองค์ออกจากจตุตถฌาณแล้ว จิตขันธ์หรือนามขันธ์ก็ดับพร้อม ไม่มีอะไรเหลือนั่นคือพระองค์ดับเวทนาขันธ์ในภาวะจิตตื่น หรือวิถีจิตอันเป็นปกติของมนุษย์ครบพร้อมทั้งสติสัมปชัญญะ ไม่ถูกภาวะอื่นใดมาครอบงำอำพรางให้หลงใหลใดๆ ทั้งสิ้น เป็นภาวะแห่งตนเองอย่างสมบูรณ์ ภาวะอันนั้นจะเรียกว่ามหาสุญญตาหรือจักรวาลเดิม หรือเรียกว่า พระนิพพาน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้เราปฏิบัติมาก็เพื่อถึงภาวะอันนี้”

สาธุ สาธุ สาธุ

About these ads

Make a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

One Response to “เหรียญ”กายทิพย์”หลวงปู่ดูลย์”

RSS Feed for พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์….PraSakSit Blog Comments RSS Feed

ท่านเป็นหนึ่งในพระผู้ปลุกเสก”พระมงคลมหาลาภ 2499″ ด้วยใช่มั๊ยครับ?


Where's The Comment Form?

    About

    บล็อกรวบรวมประวัติพระเครื่องดี…พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์

    RSS

    Subscribe Via RSS

    • Subscribe with Bloglines
    • Add your feed to Newsburst from CNET News.com
    • Subscribe in Google Reader
    • Add to My Yahoo!
    • Subscribe in NewsGator Online
    • The latest comments to all posts in RSS

    Meta

Liked it here?
Why not try sites on the blogroll...

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: